Goethe 的个人资料ชาวห้องสิบสอง Goethe照片日志列表更多 工具 帮助

日志


1月17日

ประวัติ ของ HERMANN HESSE

untitled


เฮอร์มานน์ เอสเส (HERMANN HESSE)     เกิดที่เมืองคาล์ว เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 1877 ประเทศเยอรมนี บิดาเป็นมิชชั่นนารี ต่อมาภายหลังเป็นผู้อำนวยการแห่งสำนักพิมพ์เมืองคาล์ว มารดาของเขาชื่อ มารี เป็นบุตรสาวของมิชชั่นนารีเช่นกัน เฮสเสได้เข้าโรงเรียนที่เมืองคาล์วและเข้าเรียนภาษาลาตินที่โงบิงเง่นเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนนักสอนศาสนาวึทเทมแบร์ก ต่อมาได้สัญชาติเป็นคนสวิส เขาเข้าเรียนที่เมลเบิร์นในเดือนกันยายน ปี 1891 เพียง 7 เดือนก็หนีออกมา ด้วยสาเหตุเพราะ “ต้องการเป็นนักเขียน”

ในปี 1895 –1898 ขายหนังสืออยู่ที่เฮ็คเค่นฮาวเออร์บุ๊คช็อป เมืองตือบิงเง่น เริ่มต้นงานเขียนนวนิยายเป็นครั้งแรกในปี 1899 คือ เรื่อง Schweinigel แต่ต้นฉบับเกิดหายไป เรื่องต่อมาคือ Romantic Songs และเรื่อง An Hour Beyond Midnight ขณะที่เป็นเสมียนคลังสินค้าอยู่ในเมืองบาเซลอยู่นั้น เขาก็เขียนบทความและข้อเขียนไปลงหนังสือ ซึ่งเป็นพื้นฐานต่อวิธีการเขียนของเขาในเวลาต่อมา

ปี 1904 ได้พิมพ์งานชื่อว่า ปีเตอร์ คาเมนซินด์ (Peter Camenzind) เริ่มเป็นนักเขียนอิสระ เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์และนิตยสารด้วย ได้แต่งงานกับมาเรีย เบอร์นูล์ยี และให้กำเนิดบุตรชายในปีถัดมา เขาให้ชื่อว่า “บรูโน” หลังจากนั้นก็มีผลงานออกมาสม่ำเสมอ เช่นบทเรียน (1906) ซึ่งเป็นเรื่องที่เขียนไว้เมื่อสองปีก่อน ออกนวนิยายเรื่อง เกอร์ทรูด (Gertrude,1910), รอสฮัลด์ (Rosshalde, 1914) พอสงครามโลกเริ่มต้นขึ้นจึงถูกเรียกตัวเข้าประจำในกองทัพ แต่เขาสายตาสั้นจึงไม่ได้รับการพิจารณา ในปี 1915 มีผลงานเขียนออกมาเป็นจำนวนมาก เช่น คนุลป์ (Knulp), Along the Way, Music of the Lonely, Youth, Beautiful Youth ซึ่งในปีนี้เองเขาโดนมรสุมชีวิตกระหน่ำแทบเสียสติ เกิดอาการซ็อคทางประสาท เนื่องจากบิดาเสียชีวิต ภรรยาและลูกชายของเขาก็ป่วยพร้อมกันจนเขาต้องเข้าทำการรักษาตัวเองที่โรงพยาบาลโรคจิต และได้กลายมาเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของ ซี. จี. ยุง นักจิตวิทยาชื่อก้องโลก

ปี 1919 จึงมีผลงานชื่อ เดเมียน (Damian), เพลงขลุ่ยในฝัน ปีถัดมาออกงานบทกวีชื่อ Poems of the Painter เป็นบทกวี 10 ชิ้น มีภาพประกอบโดยผู้เขียน และนวนิยายเรื่อง คลิงซอร์ (Klingsor’s Last Summer), Wandering และสิทธารถะ(Siddhartha,1922), The Journey to Nuremberg, สเตปเปนวูล์ฟ (Steppenwolf,1927), นาร์ซิสซัสกับโกลด์มุลด์ (Narcissus and Goldmuld, 1930), ท่องตะวันออก (Journey to the East, 1932), เกมลูกแก้ว (The Glass Bead Game, 1943) ในปี 1946 เขาได้รับรางวัลทางวรรณกรรม ที่ยิ่งใหญ่คือรางวัลโนเบล

นอกจากผลงานด้านนวนิยายแล้วเขายังมีผลงานเขียนบทกวีและข้อเขียนเชิงวิจารณ์อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างสูงในบรรดานักคิดร่วมสมัย นาซีเยอรมันกลัวและพยายามกำจัดหนังสือของเฮสเส แต่ชาวสวิสกลับให้เกียรติและยกย่องทั้งยังเสนอปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้เขา แต่ทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ ชาวเยอรมันกลับยอมรับเขาโดยการมอบรางวัลเกอเธ่ (Goethe Prize) ให้เป็นเกียรติเพราะเป็นที่ปรากฏแก่ผู้อ่านเป็นจำนวนมากกว่าผลงานของเขาได้รักษาคุณค่าด้านต่างๆ ไว้มาก เป็น “อาณาจักรทางวิญญาณอันไม่จำกัดเวลา” ซึ่งวงวรรณกรรมและวัฒนธรรมเยอรมันได้สูญเสียไประหว่างการปกครองในระบอบนาซี เฮอร์มานน์ เฮสเสถึงแก่กรรมเมื่อปี 1962 สิริรวมอายุได้ 85 ปี
--------------------------------------------------------------------------------------------------

ประวัติ ของ Johann Wolfgang von Goethe

Johann_Wolfgang_von_Goethe

28 สิงหาคม พ.ศ. 2292
วันเกิด โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ (Johann Wolfgang von Goethe) 
นักเขียน นักวิทยาศาสตร์ และนักปรัชญาชาวเยอรมัน 
 
เกิดที่กรุงแฟรงเฟิร์ต ในสมัยที่ยังเป็นส่วนหนึ่งของจักวรรดิโรมัน
เด็กชายเกอเธอได้รับการศึกษาวิชาสามัญและภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส ละติน และกรีก นอกจากนี้ยังได้เรียนเต้นรำ ฟันดาบและขี่ม้าอีกด้วย 
แต่เขาก็เกลียดการเข้าโบสถ์มาแต่ไหนแต่ไร
ตอนแรกเขาใฝ่ฝันที่จะเป็นจิตรกร ขณะเดียวกันก็สนใจวรรณคดีของ เฟรดริค คล็อพสตอค (Friedrich Gottlieb Klopstock) และ โฮเมอร์ (Homer) และการละครรวมทั้งหุ่นกระบอก 
 
ระหว่างปี 2308-2311 เขาเรียนกฎหมายที่เมืองไลป์ซิก และมักแอบเข้าฟังเลคเชอร์วิชาการเขียนบทกวีอยู่เสมอ เมื่อหลงรักหญิงสาวคนหนึ่งเขาจึงเขียนบทกวีที่ไพเราะและมีชีวิตชีวา จากนั้นก็หันมาสนใจงานวรรณกรรม จนการเรียนไม่ก้าวหน้าจึงถูกเรียกตัวกลับบ้าน ก่อนจะกลับไปเรียนอีกครั้งที่เมืองสตราเบิร์ก 
จบแล้วทำงานเป็นนักกฎหมายที่เมืองแฟรงเฟิร์ตบ้านเกิด 
แต่ไม่นานก็หันมาเขียนหนังสืออีกครั้ง 
ระหว่างปี 2329-2331 เขาเดินทางท่องเที่ยวยังแถบคาบสมุทรอิตาเลียน สองปีนี้เป็นช่วงที่เขาได้พัฒนาความคิดทั้งด้านศุนทรียศาสตร์และปรัชญา
ต่อมาเขาได้ตีพิมพ์บันทึกการเดินทางในชื่อ "Italian Journey” จากนั้นก็เขียนหนังสืออย่างจริงจังมาตลอด จนกระทั่งวาระสุดท้ายที่เมืองไวมาร์ เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2375 
 
ผลงานชิ้นสำคัญได้แก่ นิยายเรื่อง "Magnum opus", นิยายเชิงอัตชีวประวัติเรื่อง "The Sorrow of Young Werther” และบทละครเชิงปรัชญาเรื่อง "Faust” 
 
เกอเธ่มีความสามารถหลายด้านมาก ทั้ง เขียนบทกวี บทละคร นวนิยาย เป็นนักวิชาการวรรณกรรม ศิลปิน นักเทววิทยาที่ไม่เชื่อในพระเจ้า นักมนุษยนิยม และนักวิทยาศาสตร์ 
ผลงานวรรณกรรมช่วงแรก ๆ ของเกอเธ่จัดอยู่ในงานแนวโรแมนติก หลังท่องเที่ยวในอิตาลี เขาได้นำงานแนวคลาสสิกมาใช้ในงานเขียนช่วงหลัง ๆ 
เกอเธ่นับเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของวรรณคดีเยอรมัน วรรณคดีคลาสสิกใหม่ของยุโรปและโรมัน ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 กับต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุค “แสงสว่างทางปัญญา” (Enlightenment)
อิทธิพลของเขาได้ส่งผลอย่างกว้างขวางไปทั่วยุโรป ตั้งแต่อดีตตราบจนทุกวันนี้ 

--------------------------------------------------------------------------------------------------