Goethe 的个人资料ชาวห้องสิบสอง Goethe照片日志列表更多 工具 帮助

日志


3月17日

งานแต่งงานแอน ที่ชุมพรครับผม

      เพิ่งไปงานแต่งงานแอน ที่ชุมพร 12-14 มีนาคม 2008 มาเนื่องจากได้รับหน้าที่เป็นมือกดชัตเตอร์ ของงานนี้ เลยเอารูปในงานมาฝาก แอนแต่งงานกับหนุ่มหล่อวัย 30 กว่าๆ นักเขียนหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชาวเยอรมัน ชื่อ อุลลี ไฮเดลเบอร์เกอร์ (ฟังนามสกุลแล้วหิวบิ๊กแม็คเลยนะนี่ อิอิ) หลังจากจัดงานแต่งงานแล้วก็บินไปเยอรมันเลย ตอนนี้ทั้งสองอยู่ที่เมือง Ludwigshafen ครับ แอนว่าจะไปอยู่สัก 20 ปี แล้วถึงจะกลับมาครับ 5555 แฟนเขาว่าจะกลับไทยปีละหนท่าจะดีกว่านะ ดูรูปไปพลางก่อนครับ
 

DSC05118 Picture 394 Picture 293  Picture 410Picture 336 Picture 382

      ไว้ใครไปเยอรมันไปเยี่ยมได้นะครับ มาขออีเมลล์ที่ผมได้นะ รวมแก๊งกันไปท่าจะสนุกครับ เหอะๆๆๆ งานเลี้ยงสนุกมากันเองดี และเพื่อนเยอะด้วยสิ

พี่ชุ้ง

2月7日

งานรับพระราชทานปริญญา แอน ครับผม

        เมื่อวานนี้ วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2008 มีงานซ้อมใหญ่การรับพระราชทาปริญญา ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อนเราคนนึงคือ Frau Ann ก็เพิ่งจบกะเขาเหมือนกัน จากคณะมนุษย์ศาสตร์ และจะรับพระราชทานปริญญาจริง (คือรับจากพระหัตถ์พระเทพเลยอะครับ อย่าเข้าใจผิดเป็นปริญญาจริง ปริญญาปลอมละยุ่งเลย เหอะๆๆ) ในวันที่ พุธที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้ครับ
 

IMG_0179IMG_0180IMG_0194

        
             ใครอยากไปถ่ายรูปร่วมด้วยก็วันนั้นแหละนะ มีเบอร์มือถือกันแล้วมัง อิอิ ติดต่อแอนโดยตรงได้เลยครับ เมื่อวานรับหน้าที่เป็นช่างภาพ เลยคาบข่าวมาบอกครับ อีกเรื่องคือประมาณกลางเดือนมีนาคม จะมีพิธีแต่งงาน Frau Ann กะหนุ่มเมืองด๊อย ที่บ้านเกิดชุมพรครับ อยากไปงานติดต่อเจ้าหล่อนได้โดยตรงเลยนะ อิอิ
 
 
พี่ชุ้ง
1月11日

เสน่ห์สาวไทยมัดใจฝรั่ง โดยเฉพาะหนุ่มเยอรมัน

   จากที่ได้คุยกันเรื่องหนุ่มเยอรมันชอบสาวผิวสี จริงหรือ ทำให้ต้องลองหาข้อมูลดู แต่ที่แน่ๆคือเพื่อนที่เป็นแฟน หรือภรรยาของชาวเยอรมัน 8 ใน 10 คน เป็นคนผิวสีไม่ขาวอะครับ อันนี้พบมากับตัวเองเลย มีเอกสารนึงยืนยันด้วย ภาพว่าคนยุโรปชอบสาวผิวสี ส่วนคนเอเชียชอบผิวขาว ก็รูปนี้แหละ

A5967481-11

ทางขวาเป็นภาษาเยอรมัน หมายถึงหนุ่มยุโรปชอบสาวผิวสี ส่วนทางซ้ายรสนิยมหนุ่มจีน หรือเอเชียชอบสาวผิวขาว ผมถามเพื่อน ก็นายอีก้อ หนุ่มฝรั่งเศส เพื่อนเรานั่นเอง แกบอกผมคบแฟนที่ภายในคร้าบบบ ความซื่อสัตย์ จริงใจ มิใช่ภายนอก เออ น่าจะจริงครับ แต่แฟนสาวไทย แกก็ผิวสีเหมือนกันนะ สงสัยเผลอไปตรงกับสถิติ พอดี เหอะ ๆๆ ลองอ่านกระทู้นี้ดูนะครับ ให้แง่คิดดีดีได้บ้างครับ น่าสนใจดี

***********************************************************************************************************************

          นี่เป็นอีกหลายๆ คำตอบที่สาวเจ้าหน้าไม่สวย แต่จะสร้างเสนห์อย่างไรให้ดึงดูดใจ มาเฉลยไขข้อข้องใจให้เราได้รู้กันถ้วนหน้า...ว่าวิธีมัดใจหนุ่มต่างแดนนั้นต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง...
ผิวสีแทน...

สาวตัวดำหรือผิวสีแทนที่หนุ่มไทยบางคนอาจจะไม่ถูกสเป๊ก แต่พึงพอใจไว้เถิดจะเกิดผล เพราะร้อยทั้งร้อย หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวผิวสีขาวจั๊วะต้องเล็งมาที่คุณอย่างแน่นอน ไม่ต้องเสียใจนอนร้องไห้ซมซานเพราะสีผิวหรอก จงรู้ไว้เถิดสาวตัวคล้ำ คุณคือหมายเลข 1 ของหนุ่มต่างแดนที่จะเล็งเป้ามาที่คุณอย่างแน่นอน (แต่สาวผิวขาวเหลืองก็ไม่ต้องน้อยใจค่ะ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับส่วนอื่นๆ นำมาประกอบอีกด้วย)

หลงเสน่ห์สาวไทย...
ชาวต่างชาติบางคนที่ได้ยินชื่อเสียงของเมืองไทยมานาน นอกจากจะศึกษาตำราข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยแล้ว สาวๆในเมืองไทยก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สามารถทำให้หนุ่มตาน้ำข้าวรู้สึกสนใจ

เสน่ห์ปลายจวัก...
เสน่ห์ปลายจวักของสาวไทย เป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่เราหยิบยกมา นั้นเพราะว่าหนุ่มตาน้ำข้าวหลายคนที่หลงใหลอาหารไทยมาก โดยเฉพาะต้มยำกุ้ง ที่ทั้งเผ็ดทั้งแซ่บแบบที่ฝรั่งติดใจในรสชาติ หนุ่มฝรั่งบางคนถึงกับยอมเข้าคอร์สเรียนอาหารไทยเลยก็มี แต่บางคนที่เลือกสาวไทยเป็นภรรยา ก็เพราะว่าติดใจในรสชาติอาหารไทยและสาวไทยด้วยนั่นเอง...ระวัง ! อย่ามองข้ามอาหารไทย นะจ๊ะจะบอกให้

ยิ้มสยาม...
เป็นที่รู้กันดีในกลุ่มชนต่างแดนว่า ยิ้มที่สวยที่สุดในจักรวาลก็คือ ยิ้มของชาวสยาม โดยเฉพาะสาวไทย ที่สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับหนุ่มต่างชาติจนกลายเป็นสื่อสัมพันธ์ในอีกระดับหนึ่งขึ้นมาและก่อเกิดเป็นความรักมาแล้ว สาวๆที่หน้าบึ้งแม้แต่หนุ่มไทยยังไม่กล้าแหยมขนาดนี้ ถ้าฝรั่งเห็นคงต้องถอยทัพกลับประเทศอย่างไม่เหลียวหันกลับมามองเลยทีเดียว...รอยยิ้มที่สวยงามคือหน้าต่างของหัวใจและสื่อสายใยแห่งรักให้คุณได้นะจะบอกให้

ไม่เรื่องมาก...
สาวไทยส่วนใหญ่เวลาที่คบกับหนุ่มต่างแดนแล้ว มักจะไม่ค่อยมีเรื่องของการงอนกันสักเท่าไหร่ นั่นก็อาจเป็นเพราะว่าเรื่องของวัฒนธรรมและภาษา ทำให้ไม่จำเป็นต้องผิดใจกันแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่สำคัญเมื่อคบกันแล้วต่างคนต่างไม่เรื่องมาก เพราะผู้ชายฝรั่งส่วนใหญ่ให้เกียรติสาวไทยมากๆ แถม(บางราย) ยังส่งเสียเลี้ยงดูเป็นอย่างดีและรับเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย...

เอาใจเก่ง...
สาวไทยหลายคนที่ได้เป็นคู่ชีวิตกับชาวต่างชาติ เพราะความช่างเอาเอกเอาใจสามีฝรั่งนี่เอง อีกอย่างสาวไทยมักจะคิดว่าฝรั่งรักเดียวใจเดียว หากเปรียบกับหนุ่มไทยที่มักจะเจ้าชู้ไปวันๆ

แปลก...
แปลกๆนี่หมายถึงหน้าตานะ เพราะว่าหากเรามองสาวฝรั่งแล้วเรามักจะรู้สึกว่า ส่วนใหญ่รูปหน้าจะสวย เสียอย่างเดียวก็ตรงที่ใบหน้าและลำตัวมักจะมีตกกระ ที่อาจจะดูรกหูรกตาไปหน่อย เมื่อหนุ่มฝรั่งมาเจอสาวไทย อะไรที่เคยเห็นใหญ่ๆ สวยๆ แบบเดิมๆ ก็เริ่มเปลี่ยนความคิดหันมามองของแปลกดูบ้าง

ตัวเล็ก...
เป็นเพราะว่าหนุ่มสาวฝรั่งยิ่งในแถบยุโรปเนี่ยจะเป็นคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เมื่อเวลาที่หนุ่มฝรั่งมาเที่ยวแถบเอเชีย โดยเฉพาะได้เจอะเจอสาวไทย ยิ่งตรงเสป๊กเลยทีเดียว นั่นเพราะว่า สาวไทยรูปร่างไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป แต่ถ้าเทียบไซส์กันแล้วก็ยังถือว่าตัวเล็กกว่าสาวฝรั่งเยอะ เพราะเป็นสาวตัวเล็กอย่างนี้ล่ะถึงได้เปรียบ
 
By : bbbb [ 13 ส.ค. 47 - 11:02:19 น. ]
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 2
ผิดกับผม ทำม๊าย ทำไม สาว ๆ ชาวเยอรมัน ช่างสวยน่ารักไปซะหมด เสียอย่างที่หล่อนมักจะไม่ชายตาแล หนุ่มเอเซียผิวสีแทน หุ่นดี ๆ อย่างเราซักเท่าไหร่ ผู้ชายไทยไม่ hot ในสายตาฝรั่งเท่าไหร่เล้ย สู้ผู้หญิงไม่ได้
From : เสือยุโรป [ 13 ส.ค. 47 - 14:18:37 น. ]
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 3
คุณเสือยุโรปรู้ความจริงในอดีตแล้วจะหนาว
ผมเคยอยู่เยอรมนีในปี 1971-1985 ตอนที่ผมไปใหม่ๆ ถ้าพวกเยอรมันรู้ว่าเราเป็นคนไทย เขาจะอุทาน " Oh!! Koenigin SIRIKIT " และทักทายเราอย่างเป็นมิตร สำหรับพวกวัยรุ่นเยอรมัน ใครได้เพื่อน หรือว่าคู่ควงเป็นคนไทยนะ เท่ห์ระเบิดเลยละ โดยเฉพาะแถบทางภาคใต้(Allgaeu/Bayern) ที่ผมอยู่หนุ่มไทยเป็นเหมือนแฟชั่นที่ฮิตกันในหมู่สาวๆ มาก พวกนักเรียนไทยทางภาคกลางและทางเหนือมีวันหยุดเป็นไม่ได้ ต้องตีรถลงใต้กันตลอด
ระยะหลัง พอเยอรมนีรับชาวเวียดนามอพยพเข้าประเทศมากขึ้นๆ ความรู้สึกดีๆ ที่เขาเคยมีกับคนเอเซียก็เปลี่ยนไป อย่าให้พูดถึงดีกว่านะครับ แม้แต่คนไทยก็รับคนพวกนั้นไม่ได้เหมือนกัน
เสียดายวันเวลาดีๆ แบบนั้นในอดีต แต่ผมว่าโดยภาพรวมแล้ว คนเยอรมันก็ถือว่าเป็นมิตรกับคนไทยดีมากทีเดียว หรือคุณเสือยุโรปจะว่าไงครับ
From : Daeng [ 13 ส.ค. 47 - 22:40:37 น. ]
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 4
จริงครับ ที่คนเวียดนามเดี๋ยวนี้เยอะมาก แถมทำตัวเป็นมาเฟียร์ ส่วนที่รองลงมาก็คนจีน คนไทยที่นี่น้อยมากครับ เห็นหน้ากันครั้งแรก คนเยอรมันจะนึกว่าเราเป็นคนเวียดนามซะก่อนเลย แต่พอถามไถ่กัน ว่าเป็นคนไทย เค้าก็มองเราดีขึ้น จริง ๆ นะครับ โดยเฉพาะพวกยาย ๆ ป้า ๆ แกจะใจดีมากกับพวกเรา ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเองดี
ผมอยู่ที่นี่ เมืองเดรสเดน (อยู่ทางตะวันออกครับ) คิดว่าคนที่นี่โดยรวมแล้วเป็นมิตร อยู่ง่ายสะบายใจ เมืองก็สวย สงบเงียบ ไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการเรียนเป็นอย่างยิ่ง โชคดีมาก ๆ เลย ที่ได้มาอยู่ที่นี่ เข้ากับคนอย่างผมดี แถมมีทางจักรยานมากมายให้ปั่น ใช้ชีวิตสนุกดีครับ
คุณ Deang มาอยู่ตั้งแต่สมัย 1971 เลยเหรอครับ โห นับว่าเป็นรุ่นแรกเลยมั้งเนี่ยครับ ผมเองก็มาเรียนครับ อีก 3 ปี ก็จะได้กลับบ้านไปทำงานต่อแล้ว เนี่ยอีก 7 วันครบ 1 ปีแล้วครับ ทุกอย่างก็ถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องเรียน และการใช้ชีวิตครับ
From : เสือยุโรป [ 14 ส.ค. 47 - 04:37:57 น. ]
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 6
อูวว์!อิจฉาคุณเสือยุโรปนะ ผมรู้ว่าที่เดรสเด็นมีโบราณสถานน่าสนใจมาก เป็นเมืองที่โดนสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดหนักด้วยตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วยังมีโรงอุปรากรไบรอยท์ที่ริคาร์ด วากเนอร์ตั้งขึ้นด้วย ถ้าผมได้ไปอยู่เดรสเด็นก็คงสะใจมากเลย เพราะจะได้เที่ยวดูสถานที่กับโอเปร่าให้สาสม พอๆกับได้มีที่ขี่จักรยานครับ
From : สรศักดิ์ นักปั่นบินได้ [ 14 ส.ค. 47 - 07:56:31 น. ]
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 7
ผมเคยอยู่ LUBECK ทางเหนือ ของฮัมบรูค 2 ปี เมืองเล็กๆสวยดี ความเด่นของเมืองคือมีประตูคู่ ฮอสเท็นทัวร์ ดูได้รูปที่อยู่ในหลังแบงค์ใบ 50 มาร์ค.....ผมเกือบโดนพวกเยอรมันนีโอนาซีสกินเฮดกระทืบ เพราะมันนึกว่าผมเป็นตรุกี ที่รู้ๆคนเยอรมันไม่ชอบคนตรุกีเลยครับ..
From : ลุงแดน [ 14 ส.ค. 47 - 16:41:57 น. ]
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 8
คุณลุงแดนพูดถึง Lubeck ทำให้คิดถึงรูปปั้นสิงห์โตตัวใหญ่ที่นั่น ผมว่าทำให้สวยงามมีอารมณ์มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นในยุโรป ชาตินี้ถ้ามีโอกาสจะกลับไปดูให้ได้อีกซักครั้ง นอกเหนือจากหาดที่เกาะ Sylt ในหน้าร้อนที่มีสาวๆเยอรมันไปอาบแดดกันลานตา....
From : L [ 15 ส.ค. 47 - 11:03:48 น. ]
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ความเห็นที่ 11
เอาอีกนิด เสริมที่ทั่น บ.ก. ได้กล่าวมาแล้ว คือเมืองเดรสเดน เนี่ยเป็นเมืองสุดท้ายที่โดนถล่มครับ แบบว่าเป็นการล้างแค้นโดยเฉพาะ โดยกองทัพอากาศอังกฤษ ถล่มเมืองราบเป็นหน้ากลอง หลังจากเยอรมันประกาศยอมแพ้ไปแล้ว ราว ๆ 2 อาทิตย์ ก่อนวันวาเลนไทน์ 1 วัน สาเหตุเพราะเมืองเดรสเดนสวยมาก และไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์มาก่อน เมืองเลยยังสมบูรณ์ อังกฤษเลยแก้แค้นที่เยอรมันถล่มลอนดอนซะหนัก พังไปหลายแถบ เลยต้องหาเมืองที่คู่ควร และสาสมกับการล้างแค้น ความซวยเลยตกกับเมืองเดรสเดนนี่เอง
แต่รัฐบาลเยอรมัน ก็ช่างทำอะไรที่ เห็นแล้วทึ่งจริง ๆ เค้ากำลังจะเนรมิตร เมืองที่โดนถล่มราบกลับมาให้เหมือนเดิม โดยเริ่มมานานแล้วครับ ก่อนจะรวมประเทศซะอีก หมดงบประมาณไปมากมาย แต่เค้าก็ทำได้จริง ๆ เมืองทั้งเมืองจะเสร็จพร้อมกันในปี 2006 ซึ่งครบรอบ 800 ปีของเมืองพอดีครับ ตรงกับฟุตบอลโลกด้วย ผมเองก็คงใกล้จบแล้ว อิอิ หวังว่าเป็นเช่นนั้นครับ
From : เสือยุโรป [ 16 ส.ค. 47 - 06:30:55 น. ]

เรื่อง เสน่ห์สาวไทยมัดใจฝรั่ง  โดย bbb จาก http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=35352 ครับ
1月7日

ห้องใหม่ อาจารย์ใหม่ แต่พวกเราเหมือนเดิม

สวัสดีครับชาวห้องสิบ ต่อไปจะกลายเป็นห้องสิบสองซะแล้วสิ อิอิ
 
        เปิดคอร์สใหม่ ต้องย้ายห้องไปที่ห้องสิบสอง อยู่ชั้นสองใกล้ห้องเดิมแหละ เพื่อนเรามีมากัน 12 คนได้ อีก้อ ชอ-นน พี่ชุ้ง น้องจูน น้องอู๋ นายเมธ หมอออดิล น้องทิพย์ นายโป้ง นายโม๊ส นายไก่ วันนี้วิศวกรหลิมไม่มาเฮะ อาทิตย์หน้าคงเจอครับ มากันสิบคนหายไป 5 คน คือ ยัยแอนอย่างที่บอก ไปเตรียมงานแต่งอยู่ น้องสองคนจากราชบุรี Afs นายวีรวิท กับรัตนชัย ไม่สมัครต่อเฮะ สงสัยไปเรียนเอาใหม่ตอนไปอยู่แล้วละมัง อันนี้เดาเอานะครับ อีกคนคือหมอพิสุทธิ์ ก็ไม่สมัครต่อ แต่คนนี้เรียนมาแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรนะ น้องศรสวรรค์ย้ายไปเรียนเริ่มต้นใหม่ครับ มีคนหน้าใหม่ๆเข้ามาถึง 7 คน ขอต้อนรับด้วยควายินดียิ่งครับ
 
        เรื่องรูปหมู เอ้ย หมู่ร่วมกับอาจารย์ ที่ถ่ายกันรูปที่ดีที่สุด คือรูปสุดท้ายที่ถ่ายกันเน่านั่นเองเพราะเห้นหน้าครบทุกคนครับ ผมนำไปใส่กรอบให้อาจารยืมีนาไปแล้วครับ ส่วนพวกเราผมอัดแจกให้ พอดีเสาร์นี้ลืมเอาไปครับ ยังไงเสาร์หน้าแจกให้แน่ครับผม
        สภาพห้องเรียนใหญ่กว่าเดิมครับ มีเครื่องปรับอากาศ 3 ตัว หนาวมากทีเดียว ต้องขอให้เปิดแอร์แค่ตัวเดียว ถึงจะโอเคครับ มีอะไรใหม่ ที่ใหม่จริงก็คือ อาจารย์สาวสวย (อันนี้น้องอู๋คอมเม้นมา) ชื่ออาจารย์ปทุมมาพร หรือเลียเรอรินจ๋า ครับ นอกจากอายุยังน้อยแล้ว ยังพูดสำเนียงเหมือนออกมาจากซีดีเลยครับ แต่ Es tut mir leid fuer หนุ่มๆ เพราะอาจารย์แกท่าจะ schon verheiratet สังเกตุที่ ihr Ringfinger เอาน่ะครับ แต่จะไปสนใจอะไรมาเรียนเอาความรู้ดีกว่านะครับ อิอิ น้องปัญจพรมาอ่านที่นี่แล้วอย่าลืมดูเมลล์ละส่งสรุปการเรียนไปให้แล้วนะครับผม อิอิ แล้วเจอกันเสาร์หน้าคร้าบบบ
       
ชุ้ง
1月3日

เปิดคอร์สใหม่แล้ว 5 มกราคม 2008 นี้ครับ

german

             และแล้วการพักผ่อนก็มีวันเลิกรา กลับมาเจอกันครั้งนี้ ขอให้มีแต่สิ่งดีดี ช่วยกันติวช่วยกันเรียน (ส่งซิกเวลาตอบอาจารย์ไม่ได้ด้วยนะ อิอิ) ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ร่วมห้องเดียวกันอีกไหม แต่ถึงจะแยกห้องกัน ตอนพักตอนเลิกเรียน ก็ยังคุยกันได้อยู่นะครับ คงไม่ต้องเกรงใจละ มีอะไรสงสัยบทเรียนตรงไหน ก็ถามๆกันได้ ที่เสียดายคือคนเก่ง อย่าง "แอน" จะไม่เรียนกะเราคอร์สนี้ เพราะจะต้องเตรียมไปแต่งงานกะหนุ่มเยอรมันซะแล้ว เขาว่าจะจัดงานที่ชุมพรบ้านเกิดก่อน ช่วงเดือนมีนาคมมังครับ มีข่าวเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป  ส่วนน้องศรสวรรค์อีกคน ที่ขาดหลายครั้งมังเลยเรียนไม่รู้เรื่อง หรือเรียนไม่เข้าใจเลยขาดบ่อยก็ไม่รู้ได้ ต้องกลับไปสมัครเรียนตั้งกะต้นใหม่ อันนี้น่าเห็นใจนะครับ ที่มาเรียนแน่ คือกลุ่ม AFS สามคน และน้องจูน ที่เหรอไว้ดูกันวันนั้นก็แล้วกันนะครับ ว่าจะเหลือใครบ้าง

             หยุดไปสามสี่อาทิตย์ ถ้าลืมๆไปบ้างก็ถามไถ่กันได้นะครับ ผมก็ลืมเหมือนกัน พวกศัพท์เกี่ยวกะอาหารนี่อะ เยอะจนจำไม่หวาดไม่ไหว ได้แต่ พร้อมฟิสอะมัง อิอิ ไปเยอรมันจริงๆ สงสัยได้กินแต่เฟรนฟรายแหงม 5555 ที่ต้องแม่นคงเป็นไวยากรณ์นะครับ เขาเรียกว่า Grammatik อะ ผันกันจนหัวหมุนเลย ยิ่งเจอต้องค้นหาเพศด้วยแล้วยิ่งวุ่นใหญ่ จนเพื่อนๆมักแซวว่าช่วงนี้หมกมุ่นเรื่องเพศมากไปไม่ดีนะ เหอะๆๆ กรรม

             ยังไงก็เจอกันแล้วกันครับ ภาษาเยอรมันไม่ยากอย่างที่คิด (คือ ต้องพยายามคิดว่ามันง่าย มันก็จะง่ายครับ คงแบบนั้นอะนะ) แล้วจะเอารูปที่ถ่ายร่วมกะอาจารย์ไปแจกครับผม

พี่ชุ้ง 

           

1月2日

มาเรียนเกอเธ่กันเถอะพวกเรา อิอิ

           เขาว่าเรียนที่เกอเธ่เยอรมันนั้นแพงมาก มากขนาดไหนเหรอ ต้องถามพวกที่อยู่เยอรมันดูนะครับ การเรียนเกอเธ่ที่เมืองไทยหลักสูตรเดียวกันทุกอย่าง ใช้หนังสือแบบเดียวกัน แต่ถูกกว่ากันเยอะเลย คอร์สแรกผมไปเรียนแค่ 3,800 บาทมัง (รวมค่าห้องสมุดและค่าสมัครไว้ด้วย) ใช้หนังสือ Themen 1 aktuell ซึ่งซื้อได้ที่ร้าน Buch Laden ในสถาบันนั่นเอง ซื้อ 1 ชุด ประมาณ 1,800 บาทมัง มีหนังสือเรียน แบบฝึกหัดและสมุดศัพท์ ซีดีเสียงเอาไว้เปิดฟังสำเนียงครับ พูดได้ว่ามาเรียนเกอเธ่ เพื่อฟังว่าจริงๆแล้ว เราควรพูดว่ายังไง เพราะในหนังสือที่มีขายกัน รวมทั้งวีซีดี ในท้องตลาดนั้นมีหลายสำเนียงมากเลย ที่นี่เขาเน้นการพูดคุยสนทนา อย่างในหนังสือ Themen 1 จะเป็นการสนทนาทั้งเล่ม ส่วนไวยากรณ์นั้นอาจารย์ท่านจะช่วยสอนสอดแทรกเข้าไปให้ในนั้น แต่ทางที่ดีเรื่องไวยากรณ์ Grammatik นี่ ควรศึกษาด้วยตนเองก่อนไปเรียนอะนา ไม่งั้นจะตะกุกตะกักมากเวลาเรียนนะครับ ชั่วโมงแรกเป็นชั่วโมงที่ไม่รู้เรื่องที่สุด เนื่องด้วยอาจารย์ที่สอน พูดเป็นเยอรมันล้วนๆ ถึงแม้อาจารย์จะเป็นคนไทยก็เถอะ อิอิ แต่ก็ดีที่ได้ศัพท์ใหม่ๆนอกตำรา อย่าง Noch ein mal bitte พูดอีกครั้งสิ หรือ gegenteinl ตรงข้าม,bedeuten แปลว่า คำแปลกๆออกมาจากอาจารย์ผู้สอนเยอะแยะครับ ได้ประโยชนืมากจริงๆ

themen01    

           นอกจากได้เรียนภาษาแปลกใหม่แล้วยังได้เจอเพื่อนฝูงอีกครับ กลุ่มที่มาถ้ายังวัยรุ่นมักเป็นกลุ่มที่ได้ไป AFS ที่เยอรมัน (ซึ่งจริงๆแล้วเขาหรือหล่อนเรียนเอกภาษา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อะนะ) เลยต้องเรียนใหม่อีกภาษา กลุ่มต่อมาคือกลุ่มแม่บ้านที่จะเป็นอนาคตภรรยาชาวเยอรมัน หรือเป็นแล้วแต่ต้องการไปพำนักที่ประเทศเยอรมัน กลุ่มนี้ปัจจุบันจำเป็นต้องเรียนจบอย่างน้อย สอบผ่าน A1 ให้ได้ใบประกาศครับ เนื่องจากรัฐบาลเยอรมันมีกฏออกมาว่า ภรรยาต่างชาติที่จะสมรสกับชาวเยอรมันที่จะอยู่ในประเทศเยอรมันจำเป็นต้องพูดภาษาเยอรมันพื้นฐานได้ และต้องนำใบประกาศไปแสดงเพื่อขอวีซ่าเข้าประเทศ ทำนองนั้นอะครับเลยต้องมาเรียนกันเยอะ การเรียนภาษาเยอรมันสำหรับผู้ที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่แล้วก็ยังพอได้ แต่สำหรับแม่บ้านที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษนี่น่าหนักใจแทนเหมือนกันครับ การที่จะเรียนภาษาเยอรมันสำหรับภรรยาชาวเยรมันสามารถเรียนที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะสอบจะต้องสอบผ่าน A1 ของสถาบันเกอเธ่ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 บาทต่อครั้ง การผ่านหรือไม่ผ่านผลกาสอบจะส่งมาจากเกอเธ่ประเทศเยอรมันดดยตรงครับ ส่วนกลุ่มอื่นก็มีบ้างที่ทำงานกับคนเยอรมันบ้าง กำลังเรียนมัธยมเอกภาษาเยอรมันอยู่บ้าง หรือไม่มีสาเหตุมาเรียนเฉยๆ ชอบเรียนอะไรใหม่ๆก็มีครับ

           เขามีการสอนแบบปกติ 40 ชั่วโมงต่อคอร์ส สัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง กับแบบเร่งรัด คือ ใช้ระยะเวลาเท่ากันเรียนหลายวันกว่าแบบแรก และเรียนได้เยอะกว่า 2 เท่าของแบบแรกนั่นเอง แบบเร่งรัดจะถูกกว่าเล็กน้อย แต่คงเครียดน่าดู เพราะเรียนเยอะเป็น 2 เท่าต่อสัปดาห์ครับ

           เรียนที่นี่ได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งความรู้ครับ ว่าแล้วมาสมัครกันเถอะ อิอิ จะได้มีกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนครับ แล้วเจอกันนะครับ

ชุ้ง

12月28日

Prosit NeuJahr!

7550637

สุขสันต์วันปีใหม่ 2008 ปีหนูทอง ขอให้เรียนเก่งๆ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ กันถ้วนหน้านะครับ

 

12月27日

ปีใหม่จะไปทำอะไรกันบ้างนะ อยากรู้จัง

          Guten Tag.
          สวัสดีครับทุกๆคน ช่วงปีใหม่นี้บางคนหยุดสั้นบ้าง หยุดยาวบ้างจะไปไหนกันเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ผมหยุด 4 วันเอง ที่บ้านหมายถึงพี่ๆน้องๆ ชวนไปเที่ยวทะเลหาดเจ้าหลาว เมืองจันทบุรีครับ เขาว่าหาดสวยมาก ที่นั่นเคยมีหมูดุด จำนวนมากด้วยละ แต่ตอนนี้ใกล้สูญพันธ์แล้วละ คงสงสัยละซีว่าหมูดุด มันตัวอะไรหว่า ดูรูปก็แล้วกัน อิอิ

หมูดุด

หมูดุดตัวจริงเสียงจริง

          มีใครจะไปไหนเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ แล้วเจอกันวันเปิดคอร์สปีหน้าครับผม จะเอารูปถ่ายตอนวันจบคอร์สไปแจกด้วยครับ แล้วเจอกันนะ

พี่ชุ้ง    

12月25日

Frohe Weihnachten!!! ฉลองวันคริสตมาสกันเถอะ

สุขสันต์วันคริสตมาสจ้า ทุกๆคน วันนี้เอาประวัติวันคริสตมาสมาลงนะครับ ว่าแต่อ่านพอไหวไหมนะ อิอิ

Weihnachten

180px-Julkrubba

Weihnachten (auch „Christfest“ odeWeihnachtenr „Heiliger Christ“) ist das Fest der Geburt Jesu Christi und damit, nach christlichem Glauben, der Menschwerdung Gottes. Hauptfesttag ist der 25. Dezember, dessen Feierlichkeiten mit Sonnenuntergang am Vorabend, am „Heiligabend“ (auch „Heilige Nacht“, „Christnacht“, 24. Dezember), beginnen. Er ist in vielen Staaten ein gesetzlicher Feiertag und Auftakt der Weihnachtsferien; in Deutschland, Österreich und vielen anderen Ländern kommt als 2. Weihnachtstag der 26. Dezember hinzu, der allerdings in der römisch-katholischen Kirche nicht als Weihnachts-, sondern als Stephans- oder Stefanitag bzw. im Fall eines Sonntags als Fest der Heiligen Familie begangen wird.

140px-Juletr%C3%A6et

Überblick

Weihnachten ist mit Ostern und Pfingsten eines der drei Hauptfeste (katholisch: Hochfeste) des Kirchenjahres, das mit der Adventszeit beginnt. Die Weihnachtszeit fängt mit der evang. Christvesper bzw. kath. Christmette am Heiligabend an und endet am Sonntag nach Dreikönig (6. Januar), dem Fest „Taufe des Herrn“. Früher reichte die Weihnachtszeit bis zum Fest „Darstellung des Herrn“ (2. Februar), der so genannten „Mariä Lichtmess“.
Als kirchlicher Feiertag ist der 25. Dezember seit 336 in Rom belegt; die Herkunft des Datums ist umstritten. Der Termin liegt nahe an der Wintersonnenwende, was die Geburt von Jesus Christus mit der Rückkehr des Lichts nach den dunklen Wintermonaten verbindet. Zudem wurde damit der antike römische Feiertag des Sonnengottes Sol Invictus abgelöst. Das oft mit Weihnachten in Verbindung gebrachte germanische Julfest ist erst später belegt.
Christen und Nichtchristen feiern Weihnachten heute meist als Familienfest mit gegenseitigem Beschenken; dieser Brauch ist im evangelischen Bereich seit dem 16. Jahrhundert bekannt. In katholischen Familien fand die Kinderbescherung am Nikolaustag statt. Hinzu kamen alte und neue Bräuche verschiedener Herkunft, zum Beispiel Krippenspiele seit dem 11. Jahrhundert, zudem der Adventskranz (1839), der geschmückte Weihnachtsbaum (15. Jahrhundert) und der Weihnachtsmann (20. Jahrhundert). Dieser machte dem Christkind und dem Nikolaus als Gabenbringer für die Kinder in manchen Regionen zunehmend Konkurrenz. Viele Länder verbinden weitere eigene Bräuche mit Weihnachten.

Wortentstehung

Der früheste Beleg für den Ausdruck Weihnacht stWortentstehungammt aus 1170: „diu gnâde diu anegengete sih an dirre naht: von diu heizet si diu wîhe naht.“ („Die Gnade (Gottes) kam zu uns in dieser Nacht: deshalb heißt diese nunmehr Weihnacht.“)[1]
Schon früh wurde die Vermutung geäußert, dass der Name vorchristlichen Ursprungs sei: „das dieser heydnisch nam [Ostern] und standt nicht von Petro, sonder von den heyden in das christenthumb ist kommen, wie auch die fasznacht, weinnacht etc.“ [2]
Der Erste Wortteil weih wird von weich = heilig, gotisch weihs, althochdeutsch wîh, mittelhochdeutsch wîch abgeleitet. Einige Sprachforscher stellen *wich-a-z als Partizip passiv zur Wurzel wîq (weichen), so dass es sich um ein von der Herde abgesondertes Opfertier handele und verweisen auf das lateinische victima und dessen Sippe.[3]
Luther dachte an wiegen und bildete Wygenachten, „da wir das kindlein wiegen“.[4] Aber auch der zweite Wortteil ist für einen Festtag ungewöhnlich und weist auf hohes Alter hin. Tacitus schrieb in Germania Kap. 11: nec dierum numerum, ut nos, sed noctium computant (Nicht die Zahl der Tage, wie wir, sondern die Nächte zählen sie). Etymologisch wird auch eine Herkunft aus dem Mittelhochdeutschen ze wihen nahten („in den heiligen Nächten“) gesehen, was auf die schon zur germanischen Zeit gefeierten Mittwinternächte (Wintersonnenwende) hinweist.
Theodor Storm bildete aus dem Substantiv „Weihnachten“ dann das Verb weihnachten.[5] In seinem Gedicht vom Knecht Ruprecht heißt es in den Anfangs- und Schlusszeilen:
Von drauß´ vom Walde komm ich her;
Ich muss euch sagen, es weihnachtet sehr!

 

12月21日

เนื้อเพลง Liebe meines Lebens ของ Die Zipfelbuben ครับ

 
Liebe meines Lebens
 
images
 
Ich seh' noch heute deinen ersten Blick
Wie gern denk ich an den Tag zurück
Wir war'n da noch zu zweit
Es war das beste Gefühl in unserer Zeit
Wir genossen jeden Augenblick
Doch war'n zu schüchtern für den zweiten Schritt
Oh - Du warst mir so nah
Immer wenn ich dich sah
Hätt' ich dir gern gesagt..
 
(hohoohuuu)
Du bist die Liebe meines Lebens
Du bist die Liebe meines Lebens
Für dich würd' ich immer alles geben
Nur für dich
Nur für dich
Nur für dich
Hahaahahahaha - Nur für dich
Hahaahahahaha - Alles nur für dich
Und eines Tages nahm' ich deine Hand
Und du sahst mich plötzlich anders an
Ja, so standst du vor mir
Dein Herz zusammengeschnürt
Und dann sagte ich dir..
(hohoohuuu)
 
ถ้าจะขอเพลงนี้เป็น เอ็มพีสาม สามารถส่งให้ได้ครับ เมลล์มาขอที่ chung.zzzz@hotmail.com ครับผม 
 
12月20日

เขาว่าปากกาอันนี้เขียนลื่นสุดๆ ถูกๆดีๆ หาได้ที่สำเพ็งจ้า

            เรื่องมีอยู่ว่า สัปดาห์ก่อนผมไปซื้อกองทุนเพิ่มที่ธนาคารสีม่วง หลังจากจิ๊ก เอ๊ยหยิบท๊อฟฟี้สีม่วงตราธนาคารมาสองเม็ดมาฝากเด็กๆ คนเขียนเอกสารให้ผมเขาก็เม้าส์เลยว่า ปากกาที่เขาใช้เขียนลื่นมากแม้จะเป็นปากกาแบบเยลก็เถอะ ผมก็เลยลองดูบ้าง เออลื่นจริงๆเฮะ เลยขอดูยี่ห้อ แล้วก็ถามว่าซื้อได้ที่ไหนครับ เจ๊อีกคนข้างๆท่าจะเป็นคนซื้อมาบอกว่า ซอยตรงข้ามร้านทองอะจ๊า ร้านขายแต่เครื่องเขียนหาไม่ยากแถวเจริญกรุง สำเพ็ง ไปเดินดูสิ

19122007193 19122007194

             วันเสาร์ก่อนหลังเรียนภาษาเยอรมันเสร็จก็เลยไปหาซื้อมา ชื่อฟาสเตอร์อะ ที่จริงผมเคยเดินมาซื้อบ่อยๆ แต่ชอบซื้อแบบราคาถูกๆ สวยๆ ด้ามละไม่เกิน 5 บาท แต่อันนี้ซื้อส่งตกอยู่ด้ามละ 8-9 บาทแน่ะ แต่ก็เขียนดีสมคำล่ำลือ เลยซื้อมาลองใช้ 2 โหล ครับ ของดีราคาถูกหายากนะตอนนี้ เลยต้องมาบอกกล่าวกันหน่อยนี่แหละ ว่าแต่ใครมาอ่านที่นี่อย่ายกโขยงไปซื้อละเดี๋ยวเจ้าของร้านตกใจแย่เลยนะนี่ อิอิ

ชุ้ง

12月19日

เหรียญสองบาทกับเหรียญหนึ่งบาทต่างกันตรงไหนนะ

          เคยรู้ไหมครับว่าเหรียญบาท กับเหรียญสองบาทมันต่างกันตรงไหนนะ อย่าบอกว่าเหรียญสองบาทใหญ่กว่านิดนึงนะ เพราะมักหยิบผิดกันประจำ เอางี้ มาดูรูปประกอบดีกว่า อิอิ

19122007191

        วันนั้นผมเอาเหรียญบาทและสองบาทใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเอากระเป๋าซองมือถือที่เป็นหนังใส่ไว้ด้วยพอมือถือมันดังเพราะมีคนเรียกเข้าผมดึงมันออกมาจากกระเป๋าเจ้าเหรียญสองบาท มันตามออกมาด้วย ต้องดึงออกเสียยกใหญ่ โถ เพิ่งรู้จริงๆว่าเหรียญสองบาทมันดูดกับแม่เหล็กได้ อย่างในรูปครับ แสดงว่าต้องมีส่วนผสมของเหล็กแน่เลย ลองเอาเหรียญแบบอื่นๆมาให้แม่เหล็กดูดดูไม่ยักกะเป็นเหมือนเหรียญสองบาท วิธีแยกเหรียญสองบาทก็ง่ายๆ เอาแม่เหล็กนี่แหละดูดมันออกมาได้เลยจากกอง ไม่รู้ผมเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่านะ เหอะๆๆ

ชุ้ง

12月17日

และแล้วก็จบหลักสูตรคอร์สแรกซะที

Hallo,
 
         เมื่อนึกถึงต้องมาเรียน หรือทำอะไรเช้าวันเสาร์แล้ว ไม่เคยคิดอยากจะตื่นเลยจริงๆ แต่พอได้มาเรียนกับอาจารย์มีนา และร่วมเรียนกับเพื่อนๆ น้องๆ ก็รู้สึกสนุกอย่างไรพิกล ที่จริงการสอนของอาจารย์ไม่พูดภาษาไทยเลยเนี่ย ก็ดีอย่างเสียอย่าง เอาข้อเสียก่อนแล้วกัน คือ ถ้าไม่ตั้งใจ หรือสนใจจริงๆ จะไม่เข้าใจเลยนั่นเอง เพราะแม้อาจารย์จะใบ้สารพัด ทั้งแปลเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ทำไม้ทำมือบ้าง คนที่รอดก็คือคนที่ตั้งใจมาเรียนกันจริงๆจังๆเท่านั้นเอง ส่วนข้อดีก็คือ ได้รู้ศัพท์ที่คนเยอรมันใช้พูดบ่อยๆจริงๆ เวลาอาจารย์ใช้อธิบาย ซึ่งวันเข้าเรียนวันแรกจะเป็นวันที่เราไม่รู้เรื่องมากที่สุด แต่พอวันถัดไปก็เริ่มดีขึ้นๆ และกลับสนุกขึ้นอีกด้วย
          เรื่องเสียวๆ อย่างเดียวที่เจอ ก็ตอนอาจารย์ขอให้ตอบคำถามในห้องนี่แหละเวลาแกเรียก Herr Sompong bitte! ที่ไรสะดุ้งทุกทียิ่งถ้าไม่ได้เตรียมอ่านมาละก็มีเหงื่อออกซิกๆเลย เหอะๆๆ ขนาดเตรียมอ่านมาแล้ว มาเจอ Sheet ใหม่อีกศัพท์แปลกๆมาปรับตัวไม่ทัน ทำให้เหงื่อตกได้อีกเช่นกัน
           มาเรียนที่เกอเธ่นี่ก็ดีมาเจอสังคมใหม่ที่ทุกคนช่วยเหลือกัน ถ้าน้องๆคนไหนมาเรียนเกอเธ่แล้วทำตัวเงียบๆขรึมๆ จะขาดอะไรไปบางอย่าง คุยกับเพื่อนรอบข้างบ้างแล้วคุณจะได้อะไรมากกว่าที่คิด เพื่อนๆว่าจริงไหมครับ จบการศึกษาคอร์สนี้ คงจะไม่เจออาจารย์มีนาอีก อาจารย์ท่านอื่นในคอร์สหน้าเป็นยังไงไม่รู้ แต่ถ้าเราช่วยเหลือกัน ติวคนที่ไม่เข้าใจ ทุกคนน่าจะผ่านการเรียนนี่ไปไม่ยาก ถึงภาษาเยอรมันจะซับซ้อนมากมายก็เถอะ แล้วเจอกันคอร์สหน้า 5 มกราคม ครับ
 
Bis bald.
Auf Wiedersehen.
Chung